วิธีการกรีดอายไลน์เนอร์ 3 สไตล์ ได้แก่ Cat Eye กรีดเฉี่ยวหางเชิด, Puppy Eye กรีดโค้งตามทรงตาให้ดูอ้อน และ Winged Eye กรีดเส้นหนาหางยาวคมชัด
บทความ

เทคนิคกรีดอายไลเนอร์ 3 สไตล์ยอดฮิต Cat Eye, Puppy Eye และ Winged Eye

เทคนิคกรีดอายไลเนอร์ที่เหมาะกับแต่ละคนไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว เพราะรูปตาและลักษณะเปลือกตาของแต่ละคนแตกต่างกัน การเลือกทิศทางของเส้น ความหนาและความยาวของหางตาให้เหมาะกับรูปตา จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ดวงตาดูสวยและสมดุลมากขึ้น โดยสไตล์ที่ได้รับความนิยมและสามารถนำไปปรับใช้ได้ง่าย ได้แก่ Cat Eye, Puppy Eye และ Winged Eye

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้า การกรีดอายไลเนอร์อาจดูเป็นขั้นตอนที่ยาก เพราะต้องควบคุมมือให้เส้นทั้งสองข้างใกล้เคียงกัน แต่จริง ๆ แล้วสามารถฝึกได้ด้วยการแบ่งเส้นออกเป็นช่วง ๆ และเริ่มจากการวาดเส้นบางก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มความหนาตามต้องการ

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับการกรีดอายไลเนอร์ทั้ง 3 สไตล์แบบละเอียดยิบ ตั้งแต่คาแรกเตอร์ของแต่ละแบบ วิธีเลือกให้เข้ากับรูปตา เทคนิคฉบับมือใหม่ ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่ควรระวัง เพื่อให้สามารถนำไปฝึกฝนและปรับใช้กับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันได้จริง

อายไลน์เนอร์ MISTINE So Black Glossy Auto Pen Eyeliner แท่งสีเหลือง พร้อมตัวอย่างการกรีดอายไลน์เนอร์ 3 สไตล์ Cat Eye, Puppy Eye และ Winged Eye

รู้จักรูปตาของตัวเองก่อนเลือกสไตล์อายไลเนอร์

ก่อนเลือกว่าจะกรีดแบบ Cat Eye, Puppy Eye หรือ Winged Eye ลองสังเกตรูปตาของตัวเองสักนิด เพราะอายไลเนอร์ไม่ได้มีหน้าที่แค่เพิ่มความคมให้ดวงตาเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับภาพรวมของดวงตาให้ดู ยาวขึ้น กลมขึ้น ยกขึ้น หรือมีมิติมากขึ้น ได้อีกด้วย

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การกรีดตามแบบที่กำลังเป็นเทรนด์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเลือกทิศทาง ความหนาและความยาวของเส้น ให้เหมาะกับรูปตาของตัวเอง

รูปตาที่ควรสังเกตก่อนกรีด

รูปตาของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่สามารถสังเกตลักษณะเบื้องต้นได้จากจุดเหล่านี้

  • ตาชั้นเดียว มีพื้นที่เปลือกตาน้อยหรือแทบไม่มีรอยพับเปลือกตาที่ชัดเจน
  • ตาสองชั้น มีรอยพับเปลือกตาชัด ทำให้สามารถมองเห็นแนวอายไลเนอร์ได้ง่ายกว่า
  • ตากลม ดวงตามีความสูงและเห็นพื้นที่ตาขาวรอบม่านตามาก ทำให้ดูสดใส
  • ตาเรียว ดวงตามีความยาวมากกว่าความสูง เหมาะกับการใช้เส้นเพื่อเพิ่มความกลม หรือเน้นความยาวของดวงตา
  • หางตาตก หางตาอยู่ต่ำกว่าบริเวณหัวตา จึงควรระวังการลากเส้นลงมากเกินไป
  • ตาลึก เบ้าตาค่อนข้างลึก ทำให้เปลือกตาบางส่วนถูกบังเมื่อมองตรง
  • ตาหลบใน เมื่อเปิดตาจะเห็นพื้นที่เปลือกตาค่อนข้างน้อย แม้จะมีชั้นตา

เทคนิคกรีดอายไลเนอร์ Cat Eye ให้ดวงตาดูเฉี่ยวและยกขึ้น

Cat Eye เป็นหนึ่งในสไตล์ยืนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนลุคให้ดูเฉี่ยว คม และมีความมั่นใจขึ้นทันตา จุดเด่นคือการสะบัดหางตาให้เชิดขึ้นในแนวเฉียง เพื่อสร้างมิติให้ดวงตาดูโฉบเฉี่ยวสะดุดตา

ความยาวของหางตาปรับเปลี่ยนได้ตามโอกาสเลย ถ้าแต่งลุคชิล ๆ ในชีวิตประจำวัน แค่ลากหางสั้น ๆ ให้พอละมุนก็ดูเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าวันไหนมีงานปาร์ตี้หรืออยากได้ความปังเป็นพิเศษ ก็จัดเต็มความยาวและความหนาเข้าไปได้เลย ดวงตาจะดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาแน่นอน

วิธีเขียนอายไลเนอร์ Cat Eye ให้ดวงตาคมเฉี่ยวทีละขั้นตอน

วิธีเขียน Cat Eye แบบทีละขั้นตอน

  • ขั้นตอนที่ 1: วาดเส้นขอบตาบน
    เริ่มจากบริเวณกึ่งกลางตาแล้วลากไปทางหางตา ไม่จำเป็นต้องกรีดให้หนาตั้งแต่แรก เพราะยังสามารถค่อย ๆ เติมความหนาทีหลังได้ วิธีนี้ช่วยให้ควบคุมเส้นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่
  • ขั้นตอนที่ 2: กำหนดทิศทางของหางตา
    มองตรงแล้วกำหนดตำแหน่งปลายหางตาที่ต้องการ จากนั้นลากเส้นออกไปในแนวเฉียงขึ้นเล็กน้อย โดยอาจใช้แนวปลายคิ้วเป็นจุดสังเกตเพื่อช่วยกะทิศทางของเส้น
  • ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมปลายหางเข้ากับแนวขอบตา
    ลากเส้นจากปลายหางกลับเข้ามาหาแนวขอบตาบน ให้เกิดเป็นทรงสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ไม่ต้องรีบลากทีเดียวจนจบ ค่อย ๆ ปรับองศาและความหนาของเส้นไปทีละนิดจะควบคุมได้ง่ายกว่า
  • ขั้นตอนที่ 4: เติมสีให้เต็ม
    เติมสีด้านในให้เต็มและเกลี่ยเส้นให้เรียบสม่ำเสมอ จากนั้นลองมองตรงเพื่อเช็กความยาวและองศาของหางตาทั้งสองข้าง หากยังไม่เท่ากัน สามารถค่อย ๆ ปรับเพิ่มทีละน้อยได้

เทคนิคกรีดอายไลเนอร์ Puppy Eye ให้ดวงตาดูหวานและเป็นธรรมชาติ

Puppy Eye เป็นสไตล์สายหวานที่ฟีลตรงข้ามกับ Cat Eye แบบคนละขั้ว จุดเด่นอยู่ที่การทอดหางตาให้ตรงหรือตกลงมาเล็กน้อย ช่วยคอมพลีทลุคให้ดวงตาดูกลมโต นุ่มนวล และดูเป็นมิตรขึ้นทันที

สไตล์นี้คือยืนหนึ่งในใจสายเกาหลีและลุคแต่งหน้าประจำวัน เพราะช่วยดร็อปความดุของสายตาลงได้ดีมาก แถมยังหยิบไปแมตต์กับอายแชโดว์โทนละมุน ๆ ได้ง่ายทุกลุค

วิธีเขียนอายไลเนอร์ Puppy Eye ให้ดวงตากลมโต ดูหวานละมุน

วิธีเขียน Puppy Eye แบบทีละขั้นตอน

  • ขั้นตอนที่ 1: วาดเส้นขอบตาบน
    เริ่มจากบริเวณกึ่งกลางตาแล้วลากเส้นไปทางหางตา โดยเน้นเส้นบาง ๆ ก่อน ไม่จำเป็นต้องกรีดหนาตั้งแต่แรก เพราะสามารถค่อย ๆ เติมความหนาได้ภายหลัง
  • ขั้นตอนที่ 2: กำหนดทิศทางของหางตา
    เมื่อมาถึงบริเวณหางตา ให้ลากเส้นออกไปในแนวค่อนข้างตรงหรือทอดลงเล็กน้อย แทนการยกหางขึ้นแบบ Cat Eye เพื่อให้ได้ลุคที่ดูนุ่มนวลกว่า
  • ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมปลายหางเข้ากับแนวขอบตา
    ลากเส้นจากปลายหางกลับเข้ามาหาแนวขอบตาบน ให้เกิดเป็นทรงเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ปรับความหนาของเส้นให้กลมกลืนกับแนวขอบตา
  • ขั้นตอนที่ 4: เติมสีให้เต็ม
    เติมสีบริเวณหางตาให้เต็มและเรียบสม่ำเสมอ จากนั้นลองมองตรงเพื่อเช็กว่าหางตาทั้งสองข้างมีทิศทางใกล้เคียงกันหรือไม่ หากต้องการลุคที่เป็นธรรมชาติ ควรรักษาความยาวของหางไว้ในระดับพอดี

เทคนิคกรีดอายไลเนอร์ Winged Eye เพิ่มความคมแบบคลาสสิก

Winged Eye เป็นอีกหนึ่งสไตล์ยอดฮิตที่รอดทุกสถานการณ์ จะแต่งไปทำงานลุคเรียบร้อยเบา ๆ หรือจัดเต็มออกงานปาร์ตี้ก็เอาอยู่หมด จุดเด่นคือการลากหางตาออกไปด้านข้างแล้วสะบัดเชิดขึ้นเล็กน้อยพอประมาณ ช่วยปรับรูปตาให้ดูโฉบเฉี่ยว มีมิติ และมีความเป็นธรรมชาติ

ด้วยความที่องศาและความยาวปรับลดได้ตามใจชอบ ลุคนี้จึงตอบโจทย์คนที่อยากได้ดวงตาคมชัดแบบกลมกล่อม ไม่ดูดุหรือโฉบเฉี่ยวจนเกินไป เป็นสไตล์คลาสสิกที่แต่งตามได้ง่ายและเข้ากับรูปตาทุกรูปแบบ

วิธีเขียนอายไลเนอร์ Winged Eye พร้อมหางตาวิงยกขึ้นอย่างสวยงาม

วิธีเขียน Winged Eye แบบทีละขั้นตอน

  • ขั้นตอนที่ 1: วาดเส้นขอบตาบน
    เริ่มจากบริเวณกึ่งกลางตาแล้วลากเส้นบาง ๆ ไปทางหางตา ไม่ต้องเน้นความหนามากในครั้งแรก เพราะสามารถค่อย ๆ เติมได้ภายหลัง
  • ขั้นตอนที่ 2: กำหนดตำแหน่งปลายหางตา
    มองตรงแล้วเลือกตำแหน่งที่ต้องการให้หางตาสิ้นสุด จากนั้นลากเส้นออกไปด้านข้างและยกขึ้นเล็กน้อย โดยปรับความยาวและองศาให้เข้ากับรูปตาและลุคที่ต้องการ
  • ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมปลายหางกลับเข้ามา
    ลากเส้นจากปลายหางกลับเข้ามาเชื่อมกับแนวขอบตาบน ให้เกิดเป็นทรงสามเหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เติมสีด้านในให้เต็ม
  • ขั้นตอนที่ 4: เก็บรายละเอียด
    ตรวจดูความคมและความสมดุลของหางตาทั้งสองข้าง หากต้องการให้เส้นดูสะอาดและคมขึ้น สามารถใช้คอนซีลเลอร์หรือคอตตอนบัดเก็บขอบด้านล่างของหางตาได้ วิธีนี้ช่วยแก้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ต้องลบอายไลเนอร์ทั้งหมด

วิธีกรีดอายไลเนอร์ให้เข้ากับรูปตาแต่ละแบบ

การเลือกสไตล์อายไลเนอร์ควรดูทั้งรูปตา พื้นที่เปลือกตา และผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกคน

ตาชั้นเดียว

คนตาชั้นเดียวอาจพบว่าเส้นอายไลเนอร์ถูกเปลือกตาบังเมื่อเปิดตา ดังนั้นควรเน้นเส้นบริเวณหางตาและไม่กรีดหนาตลอดแนว แนะนำให้เปิดตาและมองตรงขณะกำหนดตำแหน่งหาง เพราะจะช่วยให้เห็นว่าควรลากเส้นตรงไหนจึงจะยังมองเห็นเมื่อเปิดตา

ตาสองชั้น

ตาสองชั้นสามารถปรับใช้ได้หลายสไตล์ หากมีพื้นที่เปลือกตาค่อนข้างมาก สามารถเพิ่มความหนาของเส้นได้ แต่ถ้าชั้นตาเล็ก ควรใช้เส้นบางเพื่อไม่ให้ดวงตาดูหนัก Cat Eye และ Winged Eye สามารถช่วยเน้นรูปตาได้ดี ส่วน Puppy Eye เหมาะสำหรับลุคหวานและเป็นธรรมชาติ

ตากลม

สำหรับคนตากลม หากต้องการให้ตาดูเรียวยาวขึ้น ควรเน้นเส้นบริเวณหางตาและลากออกไปด้านข้างเล็กน้อย Cat Eye จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยเพิ่มความยาวของดวงตา ในขณะที่การกรีดเส้นหนาตรงกลางตามากเกินไปอาจทำให้ดวงตาดูกลมเด่นกว่าเดิม

ตาเรียว

หากต้องการให้ตาเรียวดูหวานและกลมขึ้น อาจเลือก Puppy Eye และเน้นความหนาบริเวณกลางตาเล็กน้อย แต่หากต้องการคงความเรียวและเพิ่มความคม Winged Eye ก็สามารถใช้ได้ โดยเน้นหางตาให้ยาวขึ้นแทนการเพิ่มความหนาของเส้นมากเกินไป

หางตาตก

สำหรับคนที่มีหางตาตก ควรระวังการลากเส้นตามแนวขอบตาลงไปจนสุด เพราะจะยิ่งเน้นความตกของดวงตา เทคนิคที่ช่วยได้คือหยุดเส้นบริเวณหางตาแล้วลากออกไปในองศาที่สูงขึ้นเล็กน้อย Cat Eye จึงเป็นสไตล์ที่เหมาะสำหรับการสร้างภาพลวงตาให้ดวงตาดูยกขึ้น

ตาหลบใน

ตาหลบในควรเน้นเส้นบางและดูผลลัพธ์ขณะเปิดตา เพราะเมื่อเปิดตาแล้วพื้นที่เปลือกตาอาจทำให้เส้นอายไลเนอร์ดูหนาขึ้นกว่าที่วาดไว้ การกรีดหางตาให้ยาวขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เพิ่มความหนามากเกินไป จะช่วยให้ดวงตาดูชัดขึ้นโดยไม่ทำให้เปลือกตาดูหนัก

กรีดอายไลเนอร์สำหรับมือใหม่ ควรเลือกแบบไหนดี

สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกรีดให้ได้เส้นที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก แต่คือการฝึกให้คุ้นเคยกับการควบคุมทิศทางและน้ำหนักมือ ลองเลือกอายไลเนอร์ที่จับถนัดและควบคุมเส้นได้ง่าย จะช่วยให้การฝึกกรีดบริเวณขอบตาและหางตาสะดวกขึ้น

อีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถใช้ฝึกได้คือ MISTINE SO BLACK GLOSSY AUTO PEN EYELINER ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการกรีดได้หลายสไตล์ ทั้ง Cat Eye, Puppy Eye และ Winged Eye

อายไลเนอร์มิสทิน เขียนง่าย ติดทน ดำสนิท

เริ่มจากเส้นบางก่อน

หากเพิ่งเริ่มกรีดอายไลเนอร์ ลองวาดเส้นบาง ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหนาในจุดที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้ควบคุมรูปทรงและแก้ไขเส้นได้ง่ายกว่าการกรีดหนาในครั้งเดียว

สำหรับ Cat Eye และ Winged Eye สามารถกำหนดจุดปลายหางตาก่อน แล้วค่อยลากเส้นกลับมาเชื่อมกับขอบตา ส่วน Puppy Eye ให้เน้นทิศทางของหางตาที่ค่อนข้างตรงหรือทอดลงเล็กน้อย เพื่อให้ได้ลุคที่ดูหวานและละมุน

แบ่งการกรีดเป็นช่วงสั้น ๆ

มือใหม่ไม่จำเป็นต้องลากเส้นยาวจากหัวตาไปถึงหางตาในครั้งเดียว เพราะอาจทำให้เส้นสั่นหรือมีความหนาไม่สม่ำเสมอ ลองแบ่งการกรีดเป็นช่วง เช่น เริ่มจากกึ่งกลางตาไปยังหางตา แล้วค่อยกลับมาเติมบริเวณหัวตา จะช่วยให้ควบคุมเส้นได้ง่ายขึ้น

หากเป็นลุคแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน อาจเริ่มจากเส้นบางบริเวณหัวตา แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักไปทางหางตา เท่านี้ก็ช่วยให้ดวงตาดูคมชัดขึ้นโดยไม่ทำให้เมคอัพดูหนักเกินไป

เลือกสไตล์ให้เข้ากับลุคที่ต้องการ

นอกจากรูปตาแล้ว ยังสามารถเลือกสไตล์อายไลเนอร์ตามลุคที่ต้องการได้ด้วย

  • Cat Eye — เหมาะกับลุคเฉี่ยว คม และมั่นใจ
  • Puppy Eye — เหมาะกับลุคหวาน นุ่มนวล และเป็นธรรมชาติ
  • Winged Eye — เหมาะกับลุคคลาสสิกที่ปรับความยาวและองศาของหางตาได้ตามโอกาส

เทคนิคกรีดอายไลเนอร์ให้เส้นสวยและใกล้เคียงกัน

การกรีดอายไลเนอร์ให้ทั้งสองข้างดูใกล้เคียงกันเป็นหนึ่งในจุดที่มือใหม่มักกังวล แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำให้เส้นเหมือนกัน 100% เพราะรูปตาซ้ายและขวาของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ ทิศทาง ความหนาและภาพรวมของเส้น เมื่อเปิดตาและมองตรงแล้วดูสมดุลกันก็ถือว่าใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องวัดความยาวหรือพยายามแก้ให้เหมือนกันทุกจุด

กำหนดจุดหางตาก่อน

ก่อนเริ่มกรีดทั้งสองข้าง ลองกำหนดตำแหน่งปลายหางตาคร่าว ๆ ให้ใกล้เคียงกัน แล้วค่อยลากเส้นกลับเข้าหาดวงตา วิธีนี้ช่วยควบคุมความยาวและองศาของหางตาได้ง่ายขึ้น

กรีดเส้นบางก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหนา

ไม่จำเป็นต้องกรีดให้ได้เส้นหนาหรือรูปทรงที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก ลองเริ่มจากเส้นบาง ๆ ก่อน แล้วค่อยเติมความหนาในจุดที่ต้องการ

การกรีดทีละน้อยยังช่วยให้เปรียบเทียบทั้งสองข้างได้ง่าย และลดโอกาสที่จะแก้เส้นไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายอายไลเนอร์หนาเกินไป

เช็กเส้นตอนเปิดตา

หลังจากกรีดเสร็จ ลองเปิดตาและมองตรงเพื่อดูภาพรวม เพราะเส้นที่ดูเท่ากันตอนหลับตาอาจให้ความรู้สึกต่างกันเมื่อเปิดตา โดยเฉพาะคนที่มีชั้นตาหรือรูปตาสองข้างไม่เหมือนกัน

ระวังการกรีดเส้นหนาเกินไป

การกรีดเส้นหนาตลอดแนวขอบตาอาจทำให้พื้นที่เปลือกตาดูเล็กลง โดยเฉพาะคนที่มี ตาชั้นเดียวหรือตาหลบใน

หากต้องการเพิ่มความคม ลองเน้นน้ำหนักบริเวณหางตามากกว่าการทำให้เส้นหนาตลอดทั้งแนว จะช่วยให้ดวงตาดูชัดขึ้นโดยไม่ทำให้เมคอัพดูหนักเกินไป

อย่าลากหางตายาวหรือกดองศามากเกินไป

หางตาที่ทั้งยาวและชันมากอาจทำให้เมคอัพดูไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในลุคแต่งหน้าประจำวัน ลองเริ่มจากหางสั้นก่อน แล้วค่อยเพิ่มความยาวหรือปรับองศาทีละน้อยตามรูปตาและลุคที่ต้องการ

ใช้คอนซีลเลอร์ช่วยเก็บขอบ

หากปลายหางตายังไม่คม หรือมีบางจุดที่เส้นไม่เรียบ สามารถใช้แปรงหัวเล็กแตะคอนซีลเลอร์แล้วเก็บบริเวณใต้หางตาได้ วิธีนี้ช่วยแก้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ต้องลบอายไลเนอร์ทั้งหมด

เลือกสไตล์อายไลเนอร์ตามลุคที่ต้องการ

นอกจากเรื่องรูปตาแล้ว เรายังสามารถเลือกสไตล์อายไลเนอร์ให้เข้ากับโอกาสและลุคที่ต้องการได้ด้วย เพราะแค่ปรับความหนา ความยาว และองศาของหางตา ก็ทำให้อารมณ์ของเมคอัพเปลี่ยนไปได้ทันที

  • ลุคธรรมชาติ:
    สำหรับวันสบาย ๆ อยากได้ลุคเบา ๆ เป็นธรรมชาติ ลองเลือก Winged Eye แบบเส้นบางหางสั้น หรือ Puppy Eye ที่เน้นเส้นนุ่ม ๆ จะช่วยให้ดวงตาดูกลมโตและชัดเจนขึ้นโดยไม่ทำให้เมคอัพดูหนักหน่วง
  • ลุคหวาน:
    Puppy Eye ตอบโจทย์สุด ๆ สำหรับลุคที่ต้องการความละมุนและเป็นมิตร ทิศทางหางตาที่ตรงหรือทอดลงเบา ๆ ช่วยดร็อปความดุลงได้ดีมาก ยิ่งจับคู่กับอายแชโดว์โทนสีชมพู พีช หรือน้ำตาลอ่อน ยิ่งทำให้ภาพรวมดูซอฟต์ละมุนตา
  • ลุคเฉี่ยว:
    วันไหนอยากเพิ่มความมั่นใจ เปล่งประกายความคมและมีเสน่ห์สะดุดตา ลองเลือก Cat Eye แล้วปรับความยาวของหางตาตามระดับความแซ่บที่ชอบ ได้ลุคที่ดูเฉี่ยวคมและดึงดูดสุด ๆ
  • ลุคออกงาน:
    สำหรับการไปงานสำคัญหรือปาร์ตี้ สามารถเพิ่มน้ำหนักและความคมชัดให้กับเส้น Winged Eye เพื่อให้ดวงตาดูโดดเด่นสะดุดตาเวลาถ่ายรูปหรืออยู่ใต้แสงไฟ แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ไม่จำเป็นต้องกรีดเส้นหนาเตอะเสมอไป ควรปรับความหนาและความยาวให้บาลานซ์กับขนาดดวงตาและภาพรวมของเมคอัพด้วย

Cat Eye, Puppy Eye และ Winged Eye ต่างกันอย่างไร

หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกสไตล์ไหนดี ลองดูจาก ทิศทางของหางตาและลุคที่ต้องการ ได้จากตารางนี้

สไตล์
ทิศทางหางตา
ลุคที่ได้และความรู้สึก
Cat Eye
ยกขึ้นชัดเจน
เฉี่ยว คม และมั่นใจ
Puppy Eye
ตรงหรือทอดลงเล็กน้อย
หวาน ละมุน และเป็นมิตร
Winged Eye
ยกขึ้นเล็กน้อย
คลาสสิก เรียบร้อย และปรับใช้ได้หลายโอกาส

หากยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง ลองฝึก Cat Eye, Puppy Eye และ Winged Eye ด้วยความหนาและความยาวของเส้นที่แตกต่างกัน แล้วสังเกตว่าทรงไหนเข้ากับรูปตาและลุคที่ชอบมากที่สุด

สุดท้ายแล้วไม่มีสไตล์ไหนที่เหมาะกับทุกคนแบบตายตัว การปรับองศา ความหนา และความยาวของเส้นให้เข้ากับรูปตาของตัวเองต่างหากที่จะช่วยให้อายไลเนอร์ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับลุคมากที่สุด

เทคนิคเลือกสีอายไลเนอร์ให้เข้ากับลุค

นอกจากรูปตาและสไตล์การกรีดแล้ว สีอายไลเนอร์ ก็มีส่วนช่วยกำหนดอารมณ์ของเมคอัพได้เหมือนกัน แม้สีดำจะเป็นสีคลาสสิกที่ใช้ได้กับหลายลุค แต่การลองเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือโทนเข้มอื่น ๆ ก็ช่วยให้เมคอัพดูแตกต่างขึ้นได้

  • สีดำ เหมาะกับลุคที่ต้องการความคมชัดและเน้นดวงตาให้ดูโดดเด่น โดยเฉพาะ Cat Eye และ Winged Eye หรือการแต่งหน้าออกงาน
  • สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากกว่า เหมาะกับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่รู้สึกว่าสีดำดูเข้มเกินไป
  • สีเทาหรือโทนเข้มอื่น ๆ ช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับเมคอัพ และสามารถเลือกให้เข้ากับโทนของอายแชโดว์เพื่อให้ลุคดูไปในทิศทางเดียวกัน

หากเพิ่งเริ่มหัดกรีดอายไลเนอร์ สีน้ำตาล เป็นอีกตัวเลือกที่น่าลอง เพราะให้เส้นที่ดูซอฟต์กว่า และหากความคมหรือความสม่ำเสมอของเส้นยังไม่เป๊ะ ก็อาจสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเท่าสีดำ จึงเหมาะสำหรับใช้ฝึกควบคุมน้ำหนักมือและทิศทางของเส้น

สรุป

การเลือกเทคนิคกรีดอายไลเนอร์ควรเริ่มจากการดูรูปตาและลุคที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องกรีดตามเทรนด์เพียงอย่างเดียว โดย Cat Eye เหมาะกับลุคเฉี่ยวและยกขึ้น, Puppy Eye ให้ลุคหวานละมุน ส่วน Winged Eye เป็นสไตล์คลาสสิกที่ปรับใช้ได้หลายโอกาส

สำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากเส้นบางและค่อย ๆ ปรับความหนา ความยาว และองศาของหางตา เพื่อให้ควบคุมเส้นได้ง่ายขึ้น รวมถึงเลือกสีอายไลเนอร์ให้เข้ากับลุค เช่น สีดำสำหรับเมคอัพที่ต้องการความคมชัด หรือสีน้ำตาลสำหรับลุคที่ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ

สุดท้ายแล้ววิธีกรีดอายไลเนอร์ให้เข้ากับรูปตา คือการเลือกทิศทางและน้ำหนักของเส้นให้เหมาะกับลักษณะดวงตาและลุคที่ต้องการ เมื่อเลือกเทคนิคได้เหมาะสมและฝึกควบคุมเส้นอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถสร้างลุคได้หลากหลายมากขึ้น พร้อมเลือกใช้อายไลเนอร์อย่าง มิสทิน โซ แบล็ค กลอสซี่ ออโต้ เพ็น ที่ให้เส้นคมชัดสะใจ ช่วยให้ครีเอททุกลุคได้ง่ายและสนุกขึ้น พร้อมพุ่งตัวออกจากบ้านด้วยความมั่นใจ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

กรีดอายไลเนอร์แล้วตาดูเล็ก ควรแก้อย่างไร?

หากกรีดอายไลเนอร์หนาหรือยาวเกินไป อาจทำให้พื้นที่เปลือกตาดูน้อยลงและตาดูเล็กกว่าเดิม ลองลดความหนาของเส้นบริเวณกลางตา และเน้นหางตาให้ยาวขึ้นเล็กน้อยแทน

กรีดอายไลเนอร์แบบไหนเหมาะกับคนเปลือกตาหลบใน?

สำหรับคนเปลือกตาหลบใน ควรเริ่มจากเส้นบางบริเวณหัวตาและกลางตา แล้วค่อยเพิ่มความชัดบริเวณหางตา โดยกรีดเส้นหางตาให้มีทิศทางที่ช่วยเปิดดวงตา และควรตรวจดูเส้นตอนลืมตาเพื่อให้เห็นทรงที่ต้องการชัดเจน

ทำไมกรีดอายไลเนอร์สองข้างแล้วไม่เท่ากัน?

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการลากเส้นยาวต่อเนื่องในครั้งเดียว ทำให้แต่ละข้างมีองศาไม่เหมือนกัน แนะนำให้กำหนดจุดหัวตา กลางตา และปลายหางตาไว้ก่อน แล้วค่อยเชื่อมเส้นทีละช่วง จะช่วยควบคุมรูปทรงได้ง่ายขึ้น

มือใหม่ควรเริ่มกรีดอายไลเนอร์จากหัวตาหรือหางตาก่อน?

สำหรับมือใหม่ การเริ่มจากบริเวณหางตาก่อนมักควบคุมทิศทางและความยาวของเส้นได้ง่ายกว่า โดยกำหนดองศาหางตาที่ต้องการ แล้วค่อยเชื่อมกลับเข้าหากลางตาและหัวตา

ถ้ากรีดอายไลเนอร์พลาด ควรลบหรือแก้อย่างไร?

ไม่จำเป็นต้องเช็ดอายไลเนอร์ทั้งเส้น หากพลาดเพียงบางจุด สามารถใช้คอตตอนบัดแตะคลีนซิ่งหรือเมกอัพรีมูฟเวอร์แล้วค่อย ๆ เก็บขอบที่เกินออก จากนั้นเติมคอนซีลเลอร์เล็กน้อยเพื่อให้เส้นดูคมขึ้น

ควรกรีดอายไลเนอร์ก่อนหรือหลังลงอายแชโดว์?

โดยทั่วไปควรลงอายแชโดว์ก่อน แล้วจึงกรีดอายไลเนอร์เป็นขั้นตอนท้าย ๆ ของการแต่งตา เพราะช่วยให้เห็นโทนสีและพื้นที่เปลือกตาที่เหลืออยู่ ทำให้กำหนดความหนาและความยาวของเส้นได้ง่ายขึ้น

อายไลเนอร์สีดำกับสีน้ำตาลเหมาะกับลุคแบบไหน?

อายไลเนอร์สีดำเหมาะกับลุคที่ต้องการให้ดวงตาคมและโดดเด่น ส่วนสีน้ำตาลจะให้ความนุ่มและเป็นธรรมชาติมากกว่า จึงเหมาะกับ Everyday Look หรือวันที่ต้องการแต่งตาแบบไม่เข้มจนเกินไป

ควรเลือก Cat Eye, Puppy Eye หรือ Winged Eye เมื่อไหร่?

ทั้ง 3 สไตล์ให้บุคลิกของดวงตาต่างกัน โดย Cat Eye เหมาะกับลุคที่ต้องการความคมและเฉี่ยว Puppy Eye ให้ดวงตาดูหวานและละมุน ส่วน Winged Eye เป็นสไตล์ที่ปรับองศาและความยาวของหางตาได้หลากหลาย จึงเหมาะกับการแต่งหน้าในหลายโอกาส

หาซื้อได้ที่ ร้านค้าเครื่องสำอางใกล้บ้าน ทั่วประเทศ และ MISTINE BEAUTY SHOP

Share :  

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top