
เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืดคืออะไร? ทำไมลุคสวยน้อยแต่ดูแพงถึงกำลังมาแรง
นาทีนี้ไถฟีด TikTok หรือส่องไอจี ทางไหนก็ต้องเจอแฮชแท็กมาแรงอย่าง “แต่งหน้าปรุงจืด” ที่กำลังเป็นไวรัลฮิต! เหล่าดาราและบิวตี้บล็อกเกอร์พากันสลัดลุคโบกหน้าแน่นๆ หันมาอินกับเมคอัพสไตล์นี้กันเพียบ
ใครที่เริ่มเบื่อการลงรองพื้นหนาตึ้บ คอนทัวร์กรอบหน้าชัดเป๊ะ หรือไฮไลท์พุ่งจนตาพร่า บอกเลยว่าต้องหลบให้เทรนด์งานผิวสไตล์ใหม่นี้เลย ดูเหมือนไม่ได้แต่งเยอะ แต่ฟินิชลุคกลับสวยสดใส ละมุน และดูหรูดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม!
ถ้าสาวๆ กำลังสงสัยว่าเทรนด์นี้คืออะไร? และจะแต่งตามยังไงให้ดูเป็นคนผิวดีมาตั้งแต่เกิด บทความนี้มัดรวมคำตอบพร้อมไอเทมเด็ดที่ต้องมีมาให้คัดเน้นๆ จาก MISTINE อ่านจบแต่งตามได้ทันที!
ทำความรู้จัก: เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืดคืออะไร?
คำว่า “ปรุงจืด” ในวงการบิวตี้ตอนนี้ ถ้าเรียกแบบอินเตอร์ก็คือเมคอัพสไตล์ Low Saturation หรือการแต่งหน้าแบบใช้ความอิ่มตัวสีต่ำนั่นเอง คอนเซปต์หลักคือการแต่งหน้าน้อยแต่ดูสวยแพง
หากคุณต้องการแต่งลุคนี้ นี่คือ 4 ลักษณะเด่นของลุคปรุงจืดที่ต้องโฟกัส
- งานผิวบางเบา: เน้นเผยผิวจริง ดูสุขภาพดี มีความฉ่ำเล็กน้อย ไม่โบกรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์หนาจนเกินไป
- คิ้วฟุ้งเป็นธรรมชาติ: หลีกเลี่ยงการเขียนคิ้วเป็นเส้นคมกริบแบบบล็อกเป๊ะ แต่เน้นปัดให้เส้นขนคิ้วเรียงตัวสวยดูเป็นระเบียบและซอฟต์ละมุน
- ตา แก้ม ปาก โทนตุ่น (Muted Colors): พักสีแดงสดหรือส้มจัดจ้านไว้ก่อน แล้วหันมาซบโทนสีนู้ด ชมพูนม ชมพูอมเทา (Mauve) หรือสีพีชอ่อนๆ
- ลดการสร้างเงาจัดๆ: การคอนทัวร์กรอบหน้าหรือจมูกจะลงน้ำหนักมือเบามาก เพื่อไม่ให้โครงหน้าดูแข็งหรือดุจนเกินไป
ทำไมลุคแต่งหน้าน้อยแต่ดูสวยแพงถึงเป็นกระแสยอดฮิตในปัจจุบัน
นอกจากความสวยละมุนที่ดูเป็นธรรมชาติแล้ว ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ลุคแต่งหน้าปรุงจืดกลายเป็นเมคอัพเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
- ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ (Youthful Look): ลุคปรุงจืดช่วยเสริมให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนวัยมากขึ้น แตกต่างจากการแต่งหน้าจัดเต็มที่บางครั้งอาจทำให้ลุคโดยรวมดูหนักเกินไป
- ประหยัดเวลาในการแต่งหน้า: เพราะใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้น ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ไม่ต้องคัดเบ้าเยอะ เหมาะมากที่จะเป็น Everyday Look ชิคๆ ของผู้หญิงยุคใหม่ในวันรีบๆ
- สร้างออร่าที่น่ามอง: เป็นการแต่งหน้าที่มองแล้วสบายตา สวยคลีน เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกชุด ทุกโอกาส และดูสุภาพเรียบหรูแบบคุณหนูอยู่เสมอ
เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืดเหมาะกับใคร?
ลุคแต่งหน้าปรุงจืดเหมาะกับคนที่ชื่นชอบการแต่งหน้าแบบเป็นธรรมชาติ แต่ยังต้องการให้ใบหน้าดูสดใสและมีมิติ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน หรือผู้ที่ต้องการลุคสุภาพเรียบร้อยสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเมคอัพหนาหนักผิว เพราะลุคนี้เน้นงานผิวบางเบาและโทนสีละมุน ช่วยให้ใบหน้าดูสวยแพงแบบไม่ต้องแต่งเยอะ และสามารถแต่งได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันพักผ่อน หรือวันออกเดต
แต่งหน้าปรุงจืดยังไงไม่ให้หน้าดูซีด?
แม้ลุคปรุงจืดจะเน้นสีสันที่ดูซอฟต์และเป็นธรรมชาติ แต่การเลือกเฉดสีที่เหมาะกับสีผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเลือกสีที่อ่อนหรือหม่นจนเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูซีดและขาดความสดใสได้
เคล็ดลับคือเลือกสีแก้มและสีปากที่มีความอมชมพูหรือพีชเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ใบหน้า รวมถึงเลือกงานผิวที่ดูเรียบเนียนและสุขภาพดี จะช่วยให้ลุคโดยรวมยังคงความละมุน แต่ไม่ดูจืดจนเกินไป
5 ขั้นตอนแต่งหน้าปรุงจืดด้วยไอเทมเด็ดจาก MISTINE
การแต่งลุคปรุงจืดให้ดูแพง สิ่งสำคัญคือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา กลืนไปกับผิวได้ดี ไม่เป็นคราบ และมีโทนสีนุ่มนวล โดยสาวๆ สามารถแต่งตามได้ด้วย 5 ไอเทมจากมิสทิน ดังนี้เลย
ขั้นตอนที่ 1: คุชชั่น MISTINE MATTE&LIGHT AIR CUSHION SPF50+ PA++++
เริ่มต้นงานผิวด้วยการลงคุชชั่นเนื้อบางเบา เทคนิคคือการใช้พัฟค่อยๆ แท็ปและกดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า ตัวเนื้อคุชชั่นจะเนียนสนิทไปกับผิวจริง ช่วยปรับสีผิวให้ผ่องไบรท์และสม่ำเสมอ
พร้อมเบลอจุดด่างดำได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งความหนาเตอะไว้บนผิว เป็นการเตรียมผิวให้ดูสุขภาพดีตามคอนเซปต์ปรุงจืด
ขั้นตอนที่ 2: พาเลทตา MISTINE LOVE’S PALETTE EYE SHADOW
สำหรับงานตาในลุค Low Saturation เราจะพักการคัดเบ้าเข้มๆ ไปก่อน ให้เลือกใช้อายแชโดว์โทนสีนู้ด หรือชมพูตุ่นอ่อนๆ จากพาเลตต์นี้
ใช้แปรงเบลนด์เนื้ออายแชโดว์ให้ฟุ้งละมุนทั่วเปลือกตาและขอบตาล่างเบาๆ เพื่อให้ดวงตาดูมีมิติ มีความอบอุ่นละมุนตา
ขั้นตอนที่ 3: อายไลเนอร์ MISTINE BROWN SUGAR LINER
ลุคปรุงจืดต้องหลีกเลี่ยงอายไลเนอร์สีดำสนิทเส้นหนา แนะนำให้ใช้อายไลเนอร์โทนสีน้ำตาลชูการ์ตัวนี้ เขียนถมเป็นอินไลเนอร์ตามแนวโคนขนตาเพื่อความเนียน
จากนั้นวิงก์หางตาออกไปเล็กน้อยเบาๆ เส้นสีน้ำตาลจะช่วยดึงให้ดวงตาดูโต กลมสวย และซอฟต์หวาน ไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือดุจนเกินไป
ขั้นตอนที่ 4: ลิป MISTINE FLUFFY MOUSSE CUSHION LIP (สี 01 กับ สี 02)
ปิดท้ายขั้นตอนด้วยลิปเนื้อมูสนุ่มฟู โทนสีละมุนไม่ฉูดฉาด โดยใช้เทคนิคการทาแบบไล่เฉดสีเพื่อเพิ่มมิติให้กับริมฝีปาก
- Step 1: ทา สี 01 เป็นสีเบสให้ทั่วริมฝีปาก จากนั้นใช้นิ้วมือหรือคอตตอนบัดเกลี่ยให้ขอบปากเบลอฟุ้งๆ นัวๆ
- Step 2: แต้ม สี 02 ซึ่งเป็นโทนสีที่เข้มกว่าลงบริเวณด้านในริมฝีปาก แล้วค่อยๆ เบลนด์ไล่สีออกมาด้านนอกแบบออมเบร (Ombre) จะได้ฟินิชริมฝีปากที่ดูอวบอิ่ม ฉ่ำจูซซี่ และเป็นธรรมชาติที่สุด
ขั้นตอนที่ 5: แป้ง MISTINE PRO ACTIVE PERFECTION UV FOUNDATION POWDER SPF40 PA++++
ช่วยให้เมคอัพติดทนนาน ไม่มันระหว่างวัน ให้เซ็ตผิวด้วยแป้งพัฟตัวนี้ โดยใช้แปรงพุ่มใหญ่ปัดวนเบาๆ ทั่วใบหน้า ให้ได้ฟินิชผิวที่ดูซอฟต์โฟกัส นวลละเอียด เบลอรูขุมขนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แต่หากจุดไหนต้องการการปกปิดเพิ่ม สามารถใช้พัฟกดย้ำบางๆ เฉพาะจุดได้ โดยไม่ทำให้ผิวดูหนา
สรุป
เห็นไหมสาวๆ ว่าเทรนด์แต่งหน้าปรุงจืดไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แถมยังช่วยขับเสน่ห์ความงามตามธรรมชาติของเราออกมาให้ดูโดดเด่นและมีออร่าสุดๆ อีกด้วย
ลุคนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสไตล์การแต่งหน้าที่หยิบมาแต่งได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เพียงแค่นำ 5 ไอเทมเด็ดจาก MISTINE ไปปรับใช้ สาวๆ ก็คอมพลีทลุคแต่งหน้าน้อยแต่ดูสวยแพงเป็น Everyday Look ได้ทุกวันแล้ว
ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ผิวสวยเป็นธรรมชาติแบบนี้ สามารถคลิกช้อปบิวตี้ไอเทมในบทความผ่านทาง MISTINE หรือจะสั่งซื้อสะดวกสุดๆ ผ่าน แอปพลิเคชัน MISTINE Shop ก็ได้เลย!
ช้อปเสร็จแล้วอย่าลืมกดแชร์บทความนี้ส่งต่อให้เพื่อนสาวพุ่งตัวไปตำตามกันน้า!
FAQ คำถามที่พบบ่อย
แต่งหน้าปรุงจืดต้องใช้รองพื้นหรือคุชชั่นแบบไหน?
ลุคปรุงจืดควรเลือกผลิตภัณฑ์งานผิวที่ให้การปกปิดระดับบางเบาถึงปานกลาง เน้นฟินิชผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แมตต์หรือโกลว์จนเกินไป เพื่อให้ผิวยังคงดูสดใสและมีมิติ
ลุคปรุงจืดเหมาะกับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันหรือไม่?
เหมาะมาก เพราะเป็นลุคที่ใช้เมคอัพไม่มาก แต่งได้รวดเร็ว และเข้าได้กับหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันเรียน วันทำงาน หรือวันพักผ่อน
คนที่มีรอยสิวหรือจุดด่างดำแต่งลุคปรุงจืดได้ไหม?
ได้ โดยอาจใช้คอนซีลเลอร์แต้มเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดแทนการลงรองพื้นหนาทั่วใบหน้า เพื่อให้ยังคงความเป็นธรรมชาติของงานผิวตามสไตล์ลุคปรุงจืด
แต่งหน้าปรุงจืดกับ Quiet Luxury Makeup เหมือนกันหรือไม่?
ทั้งสองลุคมีจุดร่วมคือความเรียบง่ายและดูแพง แต่ลุคปรุงจืดจะเน้นโทนสีตุ่นและความละมุนของเมคอัพ ส่วน Quiet Luxury Makeup จะเน้นภาพรวมที่ดูเรียบหรู สุภาพ และประณีตในทุกองค์ประกอบ
มือใหม่หัดแต่งหน้าสามารถแต่งลุคปรุงจืดได้หรือไม่?
ได้ เพราะเป็นลุคที่ไม่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อน เน้นการเลือกโทนสีที่เป็นธรรมชาติและการลงเมคอัพอย่างพอดี จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและคนที่ต้องการลุคสวยง่ายในทุกวัน


